สอบดนตรี

สอบดนตรี เข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย

อ.เมธัส ธรรมลงกรตบทความเปียโน

ฤดูกาลของการสอบเข้ามาถึงอีกแล้วครับ และเช่นเคยสำหรับนักเรียนที่ต้องการ สอบดนตรี เพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นวิชาเปียโนและทฤษฎีดนตรี เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบเข้าคณะดนตรี สำหรับนักเรียนที่ต้องการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการสอบและกำลังหาครูติวแนวข้อสอบ ถ้าอยากจะเรียนกับผม เมธัส ธรรมลงกรต นักเรียนจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

ติวสอบดนตรีกับ อ.เมธัส ต้องทำอย่างไรบ้าง

  • ต้องสอบสัมภาษณ์กับผมให้ผ่านว่า เรียนไปทำไม มีจุดประสงค์อะไร เอาใบปริญญาดนตรีด้านดนตรีไปใช้ทำอะไร ถ้ามาเรียนเพราะไม่รู้จะไปเข้าอะไร ไม่ต้องมาเรียน
  • เตรียมเพลงที่คิดว่าตัวเองเล่นเพราะที่สุด (ไม่ต้องยากที่สุด) เพลงเร็ว 1 เพลง เพลงช้า 1 เพลง
  • เตรียมตัวเจอบททดสอบทางเทคนิค
  • เตรียมตัวเจอทดสอบ Sight Reading
  • ค่าสอน ขึ้นกับเคส ในวันที่มาสอบสัมภาษณ์ จะเป็นตัวระบุว่าค่าสอนอยู่ที่เท่าไหร่
  • หลังจากที่นักเรียนเตรียมสิ่งเหล่านี้พร้อมแล้ว ก็นัดวันเวลาที่จะสอบสัมภาษณ์กับผม

สอบดนตรี คิดดีแล้วหรือ?

การมาเรียนดนตรีในระดับมหาวิทยาลัยต่างกับการเรียนพิเศษด้านดนตรีตรงที่จบมามีใบปริญญา มีภาษี มีสังกัด คนที่ไม่ได้จบมาด้านดนตรีโดยตรง แต่อาศัยการสอบเทียบเกรดเอา ก็สามารถทำได้ไม่แพ้กัน เพียงแต่ประสบการณ์ทางด้านดนตรีอาจจะมีไม่มากเท่ากับคนที่เรียนมาโดยตรง อย่าลืมนะครับ คนที่อาศัยระบบสอบเทียบเกรดสามารถไปขอเรียนกับอาจารย์สอนดนตรีในระดับมหาวิทยาลัย หรือคนจบดนตรีมาโดยตรง ในวิชาที่ต้องการ รวมทั้งสามารถมีใบปริญญาใบอื่นควบคู่กันกับใบสอบเกรดด้านดนตรีได้ด้วย ถึงแม้จะไม่ได้สอบเกรดด้านดนตรี

ตัวอย่างเช่น ลูกศิษย์ของผม นพ.สิทธิกร ปรีชาวุฒิเดช หรือ คุณหมอคิว ตอนเริ่มแรกคุณหมอคิวเคยมาสอบสัมภาษณ์ด้านดนตรีตอนกำลังเรียนอยู่มัธยมปลาย ตอนนั้นเป้าหมายของคุณหมอไม่แน่ชัด ท้ายที่สุด ผมเองไล่คุณหมอไปเรียนหมอก่อน จากนั้นผมจึงสอนทุกวิชาที่เขาอยากเรียนในระดับมหาวิทยาลัยให้ ทุกวันนี้ผลงานแต่งเพลงของหมอคิวเป็นอย่างไรบ้าง อยากให้มองว่า ดนตรีนั้นคือสิ่งที่เราชอบ แต่ปากท้องของเราก็สำคัญไม่แพ้กันนะ

แล้วถามว่าจบด้านดนตรีโดยตรง เอาใบปริญญาไปทำอะไรได้?

มันทำได้หลากหลายมากครับ ซึ่งงานด้านนี้มันก็มีอยู่ แต่ถ้าพูดถึงมันก็มีจำกัด แย่งกันทำเยอะ คนไม่ได้จบมาโดยตรง มีสิทธิ์มาแย่งงานคุณทำได้ทุกเมื่อ ผมแนะนำว่า ไม่ว่าคุณจะอยากทำผลงานด้านใด คุณควรต้องทำสายการสอนด้วย เพราะทุกวันนี้ครูสอนดนตรีไม่พอ ดูได้จากที่มีประกาศหาครูสอนดนตรีอยู่ทุกวี่ทุกวัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่า งานสายดนตรีในไทยที่มีรายได้ค่อนข้างแน่นอน คือ สายการสอน ถ้าเป็นสายอื่น นานๆมีงานสักที หรือบางคนจบมา 10 ปี ยังไม่เคยได้แสดงดนตรีแบบได้ตังค์กับเขาเลย ต้องไปขอเขาเล่นงานฟรีซะด้วยซำ้

จัด Concert สาย Classic ถ้าคุณแสดงเดี่ยวๆ ไม่มีสปอนเซอร์ คุณอย่าคิดว่า จะทำกำไรมากมาย คุณลองคิดดูค่าเช่าห้องจัด Concert เท่าไหร่ ลองนับเก้าอี้สิ มีเท่าไหร่คูณด้วยค่าบัตรไปสิ ถ้าคุณไม่เก่งจริง จะมีใครไปดู ขนาดคนที่ว่าเก่งแล้วยังไม่ไปดูกันเลย คุณยอมรับความเป็นจริงที่ว่า ทุกวันนี้มี CD ของเมพขิงๆ ให้ฟังอยู่ คนหลายคนยังไม่คิดจะเปิดฟัง แล้วนี่ต้องเดินทางไปฟัง แต่งตัวอะไรสารพัด ใครเขาจะมา ถ้าเพื่อนไม่ไปด้วยกัน ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ได้ล่ะ? ก็เพราะที่ผ่านๆมา มันมีพวกไม่รู้จะเรียนอะไรดี เลยมาเรียนดนตรีไง พอพวกนี้มาเรียนก็สักแต่เรียนไปวันๆ ไม่ได้ชอบ ผลงานที่ออกมาไม่ว่าจะการสอน การแสดงหรือการแต่งเพลงก็เลย “กาก”

คุณยังต้องการใบปริญญาด้านดนตรีอยู่อีกมั้ย?

คนที่อยากเรียนกับผมเพื่อเตรียมความพร้อมด้านดนตรีในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย จึงต้องมาสอบสัมภาษณ์กับผมก่อน ผมจะดูว่าสิ่งที่คุณอยากทำนั้น มันจำเป็นต้องมีใบปริญญาด้านดนตรีหรือไม่? ผมไม่คิดเงินสำหรับคนที่มาปรึกษาผมด้านนี้ ผมให้คำปรึกษามานาน และสอนเปียโนมาเกือบ 20 ปี ผมไม่ได้รับลูกศิษย์เยอะ ผมเน้นปั้นไปเป็นคนๆ ไม่ได้อิงหลักสูตรอะไรเป็นหลัก เน้นให้การเรียนการสอนนั้นเหมาะสมกับลูกศิษย์แต่ละคนแบบที่ผมจะเรียกว่า Tailor-Made บางปีผมรับลูกศิษย์ด้านนี้แค่ 1 คน ลูกศิษย์เก่าของผมบางคนจบ ป.โท เอกการแสดงเปียโนไปแล้ว ผมเป็นนักเปียโนและครูสอนเปียโนธรรมดา ไม่ได้เก่งกาจมาจากไหน คนเก่งมีเยอะครับ ลองไปคุยกับพวกเขาก่อนก็ได้ครับ แต่ถ้าอยากคุยกับผม ก็นัดมาได้เลยครับ แล้วค่อยจัดเวลากัน

หากคุณคิดว่าการเรียนดนตรีในระดับมหาวิทยาลัย คือสิ่งที่คุณมุ่งมั่นแล้ว นัดสัมภาษณ์กับ อ.เมธัส ได้เลย